Tips...How to have fun when gaming with toddlers

Tips..How to have fun when gaming with toddlers

เขียนโดย PoppyPrad




โลกแห่งการเป็นคุณพ่อคุณแม่นั้นเต็มไปด้วยโมเมนต์แห่ง “ความคาดหวัง ปะทะ ความเป็นจริง” อยู่ตลอดเวลา และเมื่อไรก็ตามที่เราวางแผนจะทำอะไรสนุก ๆ กับลูก ๆ เราก็มักจะมีความคาดหวังอันยิ่งใหญ่ว่างานนี้จะต้องออกมาเป็นภาพช่วงเวลาแสนสนุกไร้ที่ติอย่างแน่นอน ทุก ๆ คนจะเข้ากันได้ดี ไม่มีใครต้องบ่นเบื่ออีกต่อไป แล้วพอจบงาน เด็ก ๆ ก็จะขอบคุณพวกเราที่เป็นคุณพ่อคุณแม่แสนวิเศษ คนที่ทำให้วันธรรมดา ๆ กลายเป็นวันที่แสนสนุกสำหรับพวกเขาได้!


โดยที่คุณพ่อคุณแม่น้อยคนนักจะพูดหรือนึกถึงโมเมนต์แห่ง “ความเป็นจริง” อ๊ะ! แต่เดี๋ยวก่อนสิ! ยังไงคุณก็ต้องมีความหวังเอาไว้บ้าง จริงไหมล่ะคะ ?

กรณีของการเล่นบอร์ดเกมกับเด็กเล็ก ๆ ก็ดูจะเป็นแบบนั้นเหมือนกัน...มันไม่ได้ออกมาเป็นภาพเดียวกับภาพที่อยู่หลังกล่องหรอกค่ะ เด็กยังไงก็ยังเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ แต่...นั่นก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรนี่นา

ในฐานะของแม่ดิฉันอยากจะแชร์โมเมนต์ที่ดิฉันกับลูก ๆ ทั้ง 4 คน เล่นเกมด้วยกัน ซึ่งแน่นอนก็เกิดเหตุการณ์วุ่นวายอยู่ไม่น้อยเลย แหม ก็พวกเขายังเด็กมาก ๆ อยู่เลยนี่คะ แต่ที่ฉันสังเกตได้ก็คือลูกสาวของฉันอายุ 6 ขวบจะเป็นผู้เล่นที่เดาทางได้ง่ายกว่าลูกชายอีก 3 คนที่อายุ 4 ขวบ, 3 ขวบและ 1 ขวบครึ่ง สิ่งที่ดิฉันเห็นได้ชัดเจนคือพวกเด็กผู้ชายสามารถกลายเป็นจอมเจ้าเล่ห์เดาทางยากขึ้นมาได้ง่าย ๆ เลยเวลาที่บอร์ดเกมถูกกางลงบนโต๊ะ!

แต่ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาดิฉันก็ได้ค้นพบหนทางที่จะช่วยจัดการปัญหาความวุ่นวายตอนเล่นเกมกับเด็ก ๆ ได้แล้วล่ะค่ะ! โดยเฉพาะสูตรเด็ด 3 ข้อต่อไปนี้ที่ดิฉันคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่แน่ ๆ หากเด็ก ๆ อยากจะเล่นเกมในคราวต่อไป




สูตรที่ 1 : ลดความคาดหวังของคุณลงมาสักหน่อย

จริง ๆ นะคะ ถ้าคุณคิดว่า “การเล่นเกมนี้จะต้องสนุกสุดเหวี่ยงและพวกเราก็จะมีช่วงเวลาแห่งความสุขสวยงามดังฝันกับเด็ก ๆ ทุก ๆ คนจะทำตามกฎกติกาทุกข้อ ไม่มีใครหัวร้อน หงุดหงิด และไม่มีใครร้องไห้ออกมาทั้งนั้น” หากคาดหวังอะไรทำนองนี้อยู่ล่ะก็ ฉันขอแนะนำหน่อยนะคุณ ๆ ที่รัก ว่านั่นอาจจะเป็นการคาดหวังที่มากเกินไปสักหน่อย...นี่ไม่ได้จะเป็นการทำให้มันฟังดูเหมือนบั่นทอนกำลังใจของพ่อๆแม่ๆหรอกค่ะ แต่การคาดหวังว่าการเล่นเกมนั้นจะออกมาสนุกสนาน ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส ดูเป็นครอบครัวสุขสันต์อย่างที่ภาพโฆษณาข้างหลังกล่องแปะเอาไว้ แบบนั้นมันเป็นการตั้งความหวังสูงเกินไปและคุณก็จะต้องพบกับความผิดหวังในตอนจบอย่างเลี่ยงไม่ได้

เด็กวัยเตาะแตะหัดเดินและเด็กวัยก่อนเข้าเรียนอาจจะซุกซนอย่างร้ายกาจ ถึงพวกเขาจะเป็นวายร้ายตัวเล็กที่น่าเอ็นดูที่สุดแต่ยังไงก็ยังคงเป็น “จอมวายร้าย” อยู่ดีนะคะ การเล่นสลับกับผู้เล่นคนอื่น, การแบ่งปัน, การทำตามกฎกติกาและนั่งนิ่ง ๆ อยู่ที่เดิม คือสิ่งที่คุณต้องทำขณะเล่นเกม แต่โชคไม่ดีเอาเสียเลยที่สิ่งเหล่านี้กลับกลายเป็นเรื่องที่ทำตามได้ยากมาก ๆ สำหรับเด็กอายุ 2-5 ขวบ

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณควรจะปิดตายเกมพวกนั้นเอาไว้หลังชั้นเก็บของหรอกนะ! ในอีกมุมหนึ่งสิ่งที่เด็ก ๆ ทำตามได้ยากก็เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ดิฉันคิดว่าการเล่นบอร์ดเกมกับเด็กเล็ก ๆ เป็นสิ่งสำคัญมากทีเดียว เพราะคุณพ่อคุณแม่จะได้มีโอกาสสอนพวกเขาในทักษะยาก ๆ เหล่านั้นไงคะ อ๋อ! แล้วก็อย่าลืมลดระดับความคาดหวังของคุณลงมาให้มันสมเหตุสมผลเสียก่อนจะเริ่มด้วยนะ

สิ่งที่ดิฉันคาดการณ์ไว้ว่าจะเกิดตอนที่เล่นเกมกับเด็ก ๆ ก็คือน่าจะมีการทะเลาะกันนิดหน่อยก่อนสลับรอบกันเล่น หรืออาจจะมีการขว้างปาอุปกรณ์ที่ใช้เล่นสักอย่าง สองอย่าง และแน่นอนว่ากฎในเกมคงถูกลืมไปเลยแน่นอน

ก็ดูอย่างลูก ๆ ของดิฉันสิคะ ขนาดกฎที่ใช้ในบ้านง่าย ๆ พวกเขายังไม่เคยฟังเลย แล้วทำไมฉันถึงต้องคาดหวังว่าพวกเขาจะทำตามกฎทุกข้อในบอร์ดเกมกันล่ะ จริงไหมคะ ?

ถึงตรงนี้แล้ว ยังไง ๆ ดิฉันก็ไม่ได้จะบอกให้คุณคาดหวังว่าจะมีช่วงเวลาที่ย่ำแย่ที่สุดเวลาเล่นเกมกับลูกๆ หรอกนะคะ แต่ถ้าคุณคิดแบบนั้น (ซึ่งคุณ ๆ หลายคนก็คงคิดแบบนั้นแน่ ๆ เลย ใช่ไหมคะ!?) ก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะที่สำคัญกว่าคือสิ่งที่คุณไม่ควรคาดหวังให้เกิดขึ้นเลย นั่นก็คือการคาดหวังให้พวกเด็ก ๆ เลิกทำตัวซุกซน ควบคุมยาก ร่าเริงบ้าพลัง หรือวุ่นวายอย่างที่พวกเขาเป็นอยู่แล้ว โธ่! เด็ก ๆ ก็แบบนี้แหละค่ะ มนุษย์ตัวจิ๋วที่สร้างความโกลาหลใหญ่โตดี ๆ นี่เอง จงโอบกอดความยุ่งเหยิงและเตรียมตัวรับมือกับมันดีกว่า เท่านี้คุณก็เริ่มต้นมาได้ถูกทางแล้ว!  




สูตรที่ 2 : เปลี่ยนกฎ-กติกาให้ง่ายขึ้นสักนิด

ส่วนตัวดิฉันเองเป็นพวกอยู่ในกฎระเบียบ ฉันชอบการที่มีกฎ-กติกานะ แต่ก็ต่อเมื่อกฎเหล่านั้นระบุคำนิยามไว้อย่างชัดเจน! ฉันชอบที่เห็นพวกเราเคารพในกฎ-กติกาน่ะค่ะ แต่เมื่อถึงเวลาเล่นเกมกับลูก ๆ ขึ้นมา ฉันก็รับได้นะหากพวกเด็ก ๆ จะไม่ทำตามกฎพวกนั้นแม้แต่นิดเดียว (ก็ใช้เวลานานอยู่เหมือนกันกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ แต่ก็นี่ไงคะ ฉันมาถึงจุดนี้ได้สักทีแล้วมันก็รู้สึกดีชะมัดเลยล่ะ!)

แต่ถ้าหากสิ่งเหล่านี้มันไม่ใช่สิ่งที่คุณจะทำล่ะก็ ฉันเข้าใจนะคะ คุณอาจจะอยากนั่งลงข้าง ๆ ลูกแล้วค่อย ๆ สอนให้พวกเขาเข้าใจกฎ-กติกาและปฏิบัติตามกฎนั้น ฉันก็สนับสนุนเต็มที่ค่ะ! แค่จากประสบการณ์ของฉันเอง ฉันคิดว่าสำหรับเด็กที่อายุน้อยมาก ๆ พวกกฎ-กติกาต่าง ๆ ไม่ได้สำคัญเท่ากับการที่คุณมั่นใจได้ว่าช่วงเวลาที่ครอบครัวใช้ไปร่วมกันนั้นกำลังไปได้ดีทีเดียว

อย่างหนึ่งของการทำกฎกติกาให้ง่ายขึ้นก็คือตอนที่พวกเราเล่นเกม Rhino Hero (ยังคงมาจากบริษัท Haba เช่นเดิม ต้องยอมรับว่าบริษัท Haba นี่ทำเกมสำหรับเด็กได้เก่งจริง ๆ นะคะ)

Rhino Hero เป็นเกมฝึกสมาธิและความคล่องแคล่วผ่านการสร้างหอคอยจากการ์ด แล้วซูเปอร์ฮีโร่แรดจอมพลังก็จะทดสอบความแข็งแกร่งของหอคอยโดยการปีนขึ้นไปบนนั้น จุดที่บอกตำแหน่งการวางการ์ดที่เป็นผนังจะอยู่บนการ์ดที่เป็นหลังคา ส่วนการ์ดที่เป็นหลังคาบางใบจะมีคำสั่งพิเศษให้คุณคอยปฏิบัติตาม

คนที่ชนะในเกมนี้คือคนที่สามารถวางการ์ดที่เป็นหลังคาได้ครบทุกใบเป็นคนแรก!




ตอนที่เล่นเกม Rhino Hero พวกเราจะมีวิธีเล่นทั้งหมด 2 แบบ คือ แบบตามกฎทุกข้อ กับ แบบที่เลือกทำตามกฎบางข้อเท่านั้น      

ถ้าเราเล่นเกมนี้กับลูกสาวอายุ 6 ขวบล่ะก็ แน่นอนว่าพวกเราเล่นตามกฎทุกข้อแน่นอน!

แต่หากเล่นเกมนี้กับ ลูกชายอายุ 4 ขวบล่ะก็ ดิฉันจะสอนกฎกติกาพวกนั้นทั้งหมดแล้วคอยสังเกตว่าเขาปฏิบัติตามได้มากแค่ไหน บางครั้งด้วยความช่วยเหลือและการชี้แนะจากคุณพ่อคุณแม่ เขาก็จะสามารถเล่นตามกฎได้ทั้งหมดและตั้งใจที่จะทำตามด้วย! เกมนี้เป็นหนึ่งในเกมสุดโปรดของเซบาสเตียนเลยทีเดียวเพราะเขาชอบที่จะสร้างสิ่งต่าง ๆ และมองมันพังทลายลงมาเหมือนที่เห็นในภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องต่าง ๆ

ส่วนถ้าตอนที่ต้องเล่นเกมนี้กับลูกชายวัย 3 ขวบ เราจะไม่สนใจกติกาอะไรมากนัก เพียงแค่สลับกันวางการ์ดใบต่อไปบนหอคอยทีละใบ ๆ ก็พอ แต่ยังไงทุกคนก็ยังคงต้องเลือกว่าจะวางการ์ดหลังคาไว้ตรงไหนเพื่อที่จะให้ผู้เล่นคนต่อไปใช้การ์ดนั้นกำหนดตำแหน่งการวางการ์ดผนัง หลังจากนั้นก็จะเป็นจังหวะการวางแรดซูเปอร์ฮีโร่ตามกติกานั่นเอง อีกแง่หนึ่งคือเราจะได้ฝึกความคล่องแคล่วไปพร้อมกับการเล่นเกมด้วย เพราะการ์ดหอคอยนั้นยากที่จะดูแลไม่ให้มันล้มลงแม้กระทั่งจะเล่นกับพวกผู้ใหญ่ก็ตาม

ดังนั้นแล้วการเล่นในกลุ่มเด็กเล็ก ๆ พวกเราก็แค่หวังว่าทุกคนจะได้วางการ์ดสักรอบสองรอบก่อนหอคอยนั้นจะล้มลงเท่านั้นเอง

อย่ากลัวที่จะเริ่มต้นเกมด้วยกฎที่มันง่ายกว่าเดิมขึ้นมาสักนิด คุณสามารถที่จะเพิ่มกฎเดิม ๆ เหล่านั้นลงไปทีหลังได้ทุกเมื่อหากลูก ๆ ของคุณเริ่มเข้าใจและทำตามได้แล้ว และดิฉันขอย้ำอีกครั้งนะคะว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเล่นเกมกับเด็ก ๆ ก็คือช่วงเวลาที่คุณกับลูก ๆ ได้ใช้ร่วมกันนั่นเองค่ะ




สูตรที่ 3 : ลองทำตามเด็ก ๆ ดูบ้าง

หนึ่งในสิ่งที่ฉันลองทำดูก็คือการถอยหลังกลับมามองสักก้าวแล้วปล่อยให้เด็ก ๆ เป็นคนคุมเกมดู จะว่าไปก็คล้าย ๆ กับนิสัยชอบทำตามกฎของตัวฉันเองตรงที่ว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นเองง่าย ๆ ตามธรรมชาติ การฝึกฝนก็เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นการฝึกให้พวกเขาเป็นผู้นำดูบ้างก็เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากเลยทีเดียว

ตอนที่ลูก ๆ อยากจะเล่นเกมด้วยกันกับคุณพ่อคุณแม่ บางครั้งคุณก็ไม่ได้อยากจะเล่นด้วยสักเท่าไร แต่อย่างน้อยลองสละเวลาสัก 10-15 นาทีไปใช้เวลาร่วมกันกับเด็ก ๆ ในกิจกรรมที่พวกเขาสนใจก็เป็นสิ่งที่คุ้มค่ามากเลยนะคะ

บางทีพวกเด็ก ๆ ก็อยากเล่นเกมที่คุณพ่อคุณแม่อย่างเราต้องคอยทำตามกติกา หรือในบางครั้งพวกเขาอาจจะพบปัญหาบางอย่างระหว่างเล่น เช่น การวางแผนเล่นในรอบของตัวเอง การรอคอยผู้เล่นอื่นเล่นอย่างอดทน หรือ การแพ้แล้วเสียศักดิ์ศรี ถึงตอนนี้พวกเราก็ต้องสอนเด็ก ๆ ให้เข้าใจถึงความสำคัญของการรอคอยก่อนถึงรอบของตัวเองและการให้กำลังใจคนอื่นขณะที่พวกเขาเล่นรอบของเขาด้วย ยิ่งไปกว่านั้นคือการสอนพวกเด็ก ๆ ให้รู้ว่ามีแพ้ก็ย่อมมีชนะ ถึงเราจะไม่สามารถชนะได้ตลอดทุกเกมแต่เราสามารถเรียนรู้อะไรบางอย่างจากการแพ้ทุก ๆ ครั้งได้นะ

การเล่นเกมกับเด็กเล็กนั้น หลาย ๆ ครั้ง จากการเล่นเกมไปตามปกติก็อาจกลายเป็นการเล่นแบบไม่สนกติกาอะไรทั้งสิ้นไปได้อย่างง่ายดาย ถ้ามันกลายเป็นแบบนี้ไปก็ไม่ต้องตกใจไปนะคะ ทุกอย่างโอเค ไม่เป็นไรเลยค่ะ

การเล่นสนุกแบบไม่มีกติกาแบบนี้จะทำให้เด็ก ๆ ได้ลองทดลองค้นหาอะไรใหม่ ๆ ด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ ในเกมแล้วก็ยังสามารถเล่นสนุกไปกับจินตนาการของตัวเองได้อีกด้วยเช่นกัน และการที่คุณพ่อคุณแม่เข้าไปมีส่วนร่วมกับการเล่นสนุกของพวกเด็ก ๆ นอกจากจะตอบสนองความรู้สึกอยากเล่นกับพวกคุณแล้ว (ซึ่งเป็นเหตุผลที่พวกเด็ก ๆ อยากเล่นเกมแต่แรก) ยังทำให้พวกเขาได้ฝึกทักษะทางภาษา การฟังและจินตนาการไปพร้อม ๆ กันด้วย


พอลองมาคิดดูจากเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลที่ดิฉันพูดไปข้างต้นแล้ว สิ่งที่ดูจะสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดก็คือการที่คุณได้เล่นกับลูก ๆ ของคุณนั่นเองค่ะ ในฐานะพ่อแม่ พวกเราเองก็เป็นฮีโร่ในสายตาของลูก ๆ เป็นคนที่พวกเขาชื่นชมและนับถือ ถึงบางครั้งมันอาจเป็นเรื่องยากอยู่พอควรที่จะนั่งลงอย่างใจเย็นและพยายามเล่นกับลูก ๆ ด้วยกิจกรรมที่มีกฎ-กติกาชัดเจนแต่เชื่อเถอะค่ะ ว่ามันคุ้มค่ามากทีเดียว

ไม่ใช่แค่ว่าคุณจะได้ช่วยพวกเขาเรียนรู้และเติบโตเท่านั้น แต่คุณยังสร้างภาพการใช้เวลาร่วมกันของครอบครัว ที่มีความสำคัญมาก ๆ ให้พวกเขาเห็นได้อีกด้วย ซึ่งหากคุณพ่อคุณแม่เริ่มสอนเรื่องพวกนี้ให้พวกเขาเข้าใจได้เร็วมากเท่าไรพวกเขาก็จะเห็นคุณค่าของความเป็นครอบครัวได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น

เด็ก ๆ ไม่ควรต้องรอถึงช่วงเวลาที่พวกเขา “โตพอ”ที่จะเรียนรู้และทำตามกฎ-กติกา เพียงเพื่อจะได้มีโอกาสเล่นเกมกับผู้ใหญ่อย่างเรา การที่พวกเราเข้าไปเล่นกับเด็ก ๆ ด้วยเกมที่เหมาะสมกับช่วงวัยและความเข้าใจของเขาต่างหากที่จะเปิดโอกาสให้พวกเขาเห็นว่า เขาเป็นคนที่สำคัญมากแค่ไหนและเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของเราด้วย

รู้แบบนี้แล้วเวลาเล่นเกมกับเจ้าตัวเล็กก็ลดความคาดหวังลงสักหน่อยเพื่อเพิ่มความสุขในการเล่นให้มากขึ้นแทนดีกว่านะคะ






Posted by PoppyPrad
on March 26, 2019 at 10:50

Next Back

Add a comment