12 วิธีเด็ด สอนเด็กให้ช่วยงานบ้าน

12 วิธีเด็ด สอนเด็กให้ช่วยงานบ้าน

เขียนโดย PoppyPrad




คงไม่ต้องถึงเด็กๆหรอกคะ เพราะแค่ได้ยินคำว่า...งานบ้าน! อึ๋ย! แค่คิดคุณพ่อคุณแม่อย่างเราๆก็ขนลุกซู่แล้ว

การเกลี้ยกล่อมให้ลูก ๆ ช่วยงานบ้านเนี่ยก็เป็นงานอย่างหนึ่งของคุณพ่อคุณแม่ไปในตัวได้เหมือนกัน แต่ทำไมนะ พวกเด็ก ๆ ถึงต้องทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ทุกครั้งเมื่อถึงเวลาทำงานบ้าน ? ราวกับว่าเด็กน้อยแสนอ่อนหวานและซื่อสัตย์ที่คุณเลี้ยงดูมากับมือ จู่ ๆ ก็กลายเป็นนักมายากลตัวจิ๋วแสนเจ้าเล่ห์ที่ชอบหายตัวไปในกลีบเมฆ หรือยิ่งไปกว่านั้นก็อาจกลายเป็นจอมโกหกตัวฉกาจไปเลยก็ได้!


ฟังดูคุ้น ๆ ใช่ไหมล่ะคะ ? ถ้ายังนึกไม่ค่อยออก ลองมาฟังเรื่องราวตัวอย่างสุดคลาสสิคจากประสบการณ์ตรงของดิฉันได้เลยค่ะ

คุณแม่: “นี่ลูกพับเสื้อผ้าเข้าตู้หรือยังจ๊ะ ?”

คุณลูก: “พับแล้วววว” (พูดจบก็วิ่งออกไปเล่นข้างนอก)...

ดิฉันก็เลยเดินขึ้นไปดูบนบ้านเพื่อที่จะพบว่า...เสื้อผ้าของเด็ก ๆ ยังคงวางสุมเป็นกองอยู่ในตู้! (ซึ่งอาจจะมีกองเสื้อผ้าแบบนี้อยู่อีกที่ใต้เตียง, ตรงราวบันได, ในห้องของเล่น...นั่นแหละ คุณพอจะนึกภาพออกใช่ไหมคะ ?

เด็กจอมโกหก! โกหกคำโตเลยด้วย! เจ้าเด็กน้อยตัวดีเพิ่งโกหกต่อหน้าต่อตาแม่ของตัวเองและเขาควรจะถูกลงโทษให้ถึงที่สุดภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย!…ก็แหม ฉันไม่ได้เลี้ยงเขามาให้เป็นแบบนี้นี่นา ถึงแม้คุณพ่อคุณแม่อย่างเราจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเด็กแต่ใครบอกว่าพวกเราจะไม่มีเคล็ดลับอะไรเลยล่ะ! อย่างน้อยพวกเราก็ยังมีแผนการที่จะทำให้ลูก ๆ รู้สึกสนุกเมื่อถึงเวลาทำงานบ้านอยู่ด้วยเหมือนกัน

ลูก ๆ ของเราอาจจะไม่ได้ดีพร้อม พวกเราเองก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบแต่เราก็พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะสอนลูก ๆ ของเราได้ว่าอะไรคือสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิต และแน่นอนว่าการตั้งใจทำงานก็เป็นสิ่งที่สำคัญอันดับต้น ๆ เลยทีเดียว

สิ่งที่ดิฉันจะพูดถึงต่อไปนี้ ก็คือ เคล็ดลับ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็น ท่าไม้ตาย 12 ข้อ ที่จะช่วยให้เด็ก ๆ ไม่รู้สึกอยากหายตัวไปทุกครั้งที่พูดคำว่า “งานบ้าน” ขึ้นมา แล้วช่วงเวลาทำงานบ้านที่แสนซ้ำซากจำเจก็จะกลายเป็นช่วงเวลาที่มีประสิทธิภาพที่มาพร้อมกับผลลัพธ์อันน่าทึ่งกว่าเดิม! ไปดูกันเลยดีกว่า!




ท่าไม้ตายที่ 1 : สั่งงานบ้านชนิดใหม่ไฉไลกว่าเดิม!


ใครจะไปชอบทำสิ่งเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจริงไหมคะ ? น่าเบื่อแย่เลย! ลองเปลี่ยนงานบ้านที่คุณมอบหมายให้ลูก ๆ ทำดูสิ แล้วมาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ลูก ๆ ของดิฉันเองมักจะตื่นเต้นเสมอเวลาได้รับมอบหมายให้ทำอะไรใหม่ ๆ ที่แปลกไปจากเดิม แล้วความสดใหม่นั้นก็ไม่ได้ถูกลบเลือนไปง่าย ๆ ซะด้วย ดังนั้นดิฉันก็หวังว่าคุณจะสามารถสั่งให้พวกเด็ก ๆ ทำงานบ้านอย่างหนึ่งไปได้นานพอควร ก่อนที่จะต้องหางานบ้านชนิดใหม่ให้พวกเขาทำอีกครั้งนะคะ


ท่าไม้ตายที่ 2 : ให้เด็ก ๆ ได้ใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดแสนสนุก

ไม่ว่าจะเป็น...ที่โกยขยะแบบตั้งได้, เครื่องดูดฝุ่นมือถือ, แปรงขัดโถสุขภัณฑ์, ไม้ปัดฝุ่น หรืออุปกรณ์ทำความสะอาดเจ๋ง ๆ แบบอื่น ๆ นั่นแหละเยี่ยมไปเลย! ยกตัวอย่างจากลูก ๆ ของดิฉันเอง (อีกแล้ว) นอกเหนือจากอุปกรณ์เหล่านั้น พวกแกก็ยังชื่นชอบการทำความสะอาดด้วยผ้าเช็ดทำความสะอาดแบบเปียกหรือทิชชูเปียกด้วยเช่นกัน หลายต่อหลายครั้งดิฉันจึงเป็นคนนำกระป๋องใส่อาหารและอุปกรณ์อื่น ๆ ออกมาจากห้องเท่านั้นแล้วก็ปล่อยให้พวกเขาเป็นคนเช็ดทำความสะอาดผนัง, ตู้เก็บของ, ริมหน้าต่างและที่อื่น ๆ ได้เลย

หรืออีกเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเพื่อนสนิทของฉันวันนั้นเธอเพิ่งจะรับลูกสุนัขมาเลี้ยงและซื้อที่เก็บอึสุนัขสุดเท่เอาไว้ให้ลูก ๆ ของเธอคอยดูแลเรื่องความสะอาดของเจ้าตูบมาด้วย แต่ใครจะไปเชื่อว่าลูก ๆ ของเธอจะคอยเก็บอึของเจ้าตูบทุกวันโดยที่ไม่บ่นเลยสักคำเดียว! วันไหนมีเพื่อนมาหาที่บ้าน พวกเด็ก ๆ ก็จะเป็นคนขอใช้ที่เก็บอึอันนั้นโดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องขอร้องให้ทำเลยด้วยซ้ำ...เห็นไหมล่ะคะ มีแต่ได้กับได้!


ท่าไม้ตายที่ 3 : เปลี่ยนการทำงานบ้านอันน่าเบื่อหน่ายให้เป็นความบันเทิง

เปลี่ยนเวลาทำงานให้เป็น เกมทำงานบ้าน! ถ้าใครทำเสร็จเร็วที่สุดชนะ! แค่ตั้งเวลาเอาไว้เดี๋ยวพวกเด็ก ๆ ก็พร้อมวิ่งกันแล้ว! หรืออาจจะให้แต่ละคนนับจำนวนของทุกชิ้นที่พวกเขาเก็บเข้าที่แล้วดูว่าใครเก็บได้เยอะที่สุดก็ได้นะ

นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายวิธีเลยล่ะค่ะที่คุณสามารถเปลี่ยนการทำความสะอาดบ้านให้กลายเป็นเกมสนุก ๆ ได้ ยกตัวอย่างเช่น...

เกมเป๋าผ้าจอมเขมือบ : เกมนี้เป็นเกมที่คุณพ่อคุณแม่ของฉันเคยสอนฉันเล่นสมัยเด็ก ๆ วิธีการเล่นก็แสนง่ายดาย คือ คุณแค่มีกระเป๋าผ้าหรือปลอกหมอน 1 ใบ ตั้งชื่อมันว่า “จอมเขมือบ” ที่มาพร้อมกับเพลง “เป๋าผ้าจอมเขมือบ” (สอนให้เด็ก ๆ รู้จักเพลงนี้ด้วยนะ)

เจ้ากระเป๋าผ้านี้จะทำหน้าที่ของมันทุกครั้งเวลามีการทำงานบ้าน ซึ่งก็คือเมื่อถึงเวลาทำความสะอาด คุณก็แค่ตั้งเวลาจำกัดเอาไว้ให้ลูก ๆ ใช้สำหรับทำความสะอาดบ้านและเปิดเพลง “เป๋าผ้าจอมเขมือบ” คลอไปด้วย เมื่อเวลาหมดลง อะไรก็ตามที่เหลืออยู่บนพื้นห้องจะต้องถูกกินโดยเจ้ากระเป๋าผ้าจอมเขมือบนั้น!

กระเป๋าผ้าจอมเขมือบจะเก็บของต่าง ๆ เอาไว้กับตัวเป็นเวลากี่วันก็ได้ตามที่คุณกำหนดไว้ แล้วค่อยคายของพวกนั้นคืน ความรู้สึกแบบนี้เหมือนกับการเล่นเกมและทำงานบ้านไปพร้อม ๆ กัน และยังเป็นการกระตุ้นให้เด็ก ๆ ที่มีนิสัยติดของเล่นรู้จักการไม่ยึดติดกับของอย่างใดอย่างหนึ่งมากจนเกินไปได้อีกด้วย




ท่าไม้ตายที่ 4 : เปิดเพลงไปด้วย!

พวกเด็ก ๆ ตกหลุมรักเสียงเพลงมาก ๆ เลยล่ะค่ะ (คุณเองก็อาจจะชอบเหมือนกัน!) เพียงแค่เปิดเพลงไปด้วย งานบ้านอันน่าเบื่อก็ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป! โดยเฉพาะตอนที่ลูก ๆ หัวเราะกับท่าเต้นแร้งเต้นกาของคุณแม่ด้วยแล้วล่ะก็นะ...(ค่ะ ฉันรู้ดี จริง ๆ มันเป็นท่าเต้นที่วิเศษมาก! แต่พวกเด็ก ๆ แค่ยังไม่รู้จักมันก็เท่านั้นเอง)

ให้เด็ก ๆ ลองเล่นเป็นดีเจ เปิดเพลงที่พวกเขาอยากฟัง เต้นท่าที่พวกเขาชอบเต้น พวกเขาจะสนุกกับมันยิ่งขึ้นไปอีก! อย่างลูก ๆ ของดิฉันเองก็ชอบเปิดเพลงจาก ลำโพงบลูทูธ Bose ที่พวกเราเก็บไว้ที่ห้องครัวและแน่นอนว่าห้องครัวก็เป็นสถานที่ที่มักจะมีงานบ้านบ่อย ๆ ด้วยสิ (เห็นกลยุทธ์การเลือกที่วางลำโพงแล้วใช่ไหมคะ!)


ท่าไม้ตายที่ 5 : ทำเช็คลิสต์หรือตารางทำงานบ้าน

เด็ก ๆ จะเข้าใจอะไร ๆ ได้ง่ายขึ้นมากถ้าสิ่งนั้น “มองเห็น” ได้ หากคุณทำเช็คลิสต์หรือตารางทำงานบ้านเอาไว้ให้พวกเขาได้เช็คหรือติดดาวลงไปทุกครั้งที่มีการทำงานเสร็จหนึ่งอย่าง มันจะเป็นตัวกระตุ้นให้พวกเขาอยากทำงานอย่างต่อ ๆ ไปได้ทันที ซึ่งคุณสามารถใช้ระบบการทำงานแบบเดียวกันนี้ได้เช่นกันเวลาที่พวกเด็ก ๆ ต้องทำงานอะไรให้สำเร็จสักอย่าง

มีไอเดียรูปแบบตารางทำงานบ้านมากมายที่คุณสามารถทำตามหรือซื้อมาเลยก็ยังได้ แต่อย่าลืมนะคะว่าของเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องสวยหรูหรือแพงเกินความจำเป็น เพราะถึงแม้ว่าคุณจะเขียนเช็คลิสต์ด้วยลายมือธรรมดา ๆ ก็ตาม เด็ก ๆ ก็ยังคงมองการเช็คลงในตารางเวลาทำงานบ้านเสร็จแต่ละอย่าง ๆ และเห็นพัฒนาการของตัวเองเป็นเรื่องที่สนุกมากอยู่ดี


ท่าไม้ตายที่ 6 : กิจวัตรการเก็บกวาด

เกือบทุกค่ำคืนก่อนเข้านอน ครอบครัวของดิฉันลองทำสิ่งที่เรียกว่า “การเก็บกวาด” ดู ซึ่งมันก็คือ ช่วงเวลา 10 นาทีที่ทุกคนจะร่วมด้วยช่วยกันเก็บกวาดสิ่งของต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด เด็ก ๆ รู้ว่ามันคืออะไรและก็รู้ด้วยว่าควรจะต้องเจออะไร ต้องทำอะไรบ้าง ดังนั้นเวลาที่ได้ยินคำว่า “โอเค ไปเก็บกวาดกัน!” พวกเขาก็มักจะทำสิ่งนั้นโดยอัตโนมัติ ไม่มีการตั้งคำถาม ไม่มีการบ่นอุบอิบ เพราะมันก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันเท่านั้น ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ผลลัพธ์ดีตลอดทุกครั้งไปแต่ก็ต้องยอมรับว่าการเก็บกวาดนี้ช่วยได้มากอยู่เหมือนกันนะ



ท่าไม้ตายที่ 7 : สั่งงานทีละอย่างสองอย่างเท่านั้นพอ

อย่าทำให้เด็ก ๆ หัวหมุนไปกับลิสต์งานบ้านนับไม่ถ้วนเลยค่ะ ในฐานะแม่คน...สมองของพวกเราแทบจะสามารถทำงานได้เร็ว 100 ไมล์ต่อนาที แต่การสั่งงานลูก ๆ ให้เรียบง่ายมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็ยังคงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการสั่งงานพวกเขาทีละมาก ๆ จนล้นมือและหัวหมุนไปหมด

ตอนที่คุณบอกให้ลูก ๆ ของคุณไป “ทำความสะอาดห้องนอนของตัวเอง” มันอาจจะฟังดูแทบเป็นไปไม่ได้เลยในสายตาของพวกเขา แต่ถ้าหากคุณบอกพวกเขาให้ไปเก็บตัวต่อบล็อกไม้ และเมื่อเสร็จแล้วให้ไปเก็บรถของเล่น และเมื่อเสร็จแล้วก็...พูดในลักษณะนี้ต่อ ๆ กันไป มันจะฟังดูเป็นไปได้ขึ้นมามากโขเลยทีเดียว


ท่าไม้ตายที่ 8 : ทำงานพวกนั้นไปพร้อม ๆ กับพวกเขาสิ

สอนและทำให้ดูเป็นตัวอย่าง...เด็ก ๆ ชอบอยู่ใกล้ ๆ พวกเราอยู่แล้ว ถ้าหากเราทำอะไรสักอย่างพวกเขาก็อยากจะมีส่วนร่วมด้วยกันทั้งนั้น ดูสิคะว่ามันเป็นโอกาสดีแค่ไหนที่คุณพ่อคุณแม่จะได้ใกล้ชิดกับลูก ๆ และสอนงานบ้านพวกเขาไปพร้อม ๆ กันได้ แล้วสิ่งนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญมากเลยทีเดียวโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กเล็ก ๆ

เวลาที่คุณบอกให้เด็ก ๆ ไปเก็บตัวต่อบล็อกไม้แล้วตัวคุณเองจะเป็นคนไปเก็บรถของเล่น แบบนี้ลูก ๆ ของคุณจะมองคุณเป็นเหมือนเพื่อนร่วมทีมมากกว่าคู่แข่งแล้วล่ะค่ะ


ท่าไม้ตายที่ 9 : ดูให้ชัวร์ว่างานนั้นเหมาะกับวัยของลูก ๆ

เราไม่ควรจะคาดหวังให้เด็กอายุ 4 ขวบทำงานได้เหมือนกับเด็ก 10 ขวบอยู่แล้ว หากคุณมีลูกมากกว่า 1 คนแล้วล่ะก็ บางครั้งคุณอาจเผลอคิดไปว่าลูกคนเล็กจะทำงานได้เหมือน ๆ กับลูกคนโต มันเกิดขึ้นได้โดยที่คุณไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ดังนั้นขอให้จำเรื่องอายุกับความเหมาะสมของงานเอาไว้ให้ขึ้นใจเลยนะคะ

แต่ยังไงก็ตามการลองให้งานยาก ๆ ที่ท้าทายกับพวกเด็ก ๆ ดูบ้างเพื่อทดสอบว่าพวกเขาพร้อมที่จะเรียนรู้งานบ้านประเภทนั้น ๆ หรือยังก็เป็นเรื่องที่สามารถทำได้เช่นกันค่ะ     


ท่าไม้ตายที่ 10 : แจกรางวัลไปเลย!

รางวัลนี้จะเป็นอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ ใช้ความคิดสร้างสรรค์และสนุกไปกับมันได้เลยค่ะ! คุณอาจจะให้รางวัลกับลูก ๆ เป็นขนมหวานชิ้นเล็ก ๆ ทุกครั้งที่พวกเขาช่วยเหลือคุณ หรืออาจจะให้สติกเกอร์สะสมเพื่อนำไปแลกเป็นของรางวัลที่ใหญ่กว่า เช่น คืนดูหนังร่วมกันของครอบครัว เป็นต้น บางทีคุณอาจจะให้เด็ก ๆ มีส่วนร่วมในการออกความเห็นเรื่องรางวัลกับวิธีการได้รางวัลนั้นด้วยตัวเองก็ได้ เด็ก ๆ ชอบการมีส่วนร่วมในขั้นตอนการตัดสินใจอยู่แล้วและพวกเขาก็ชื่นชอบที่จะมีอำนาจควบคุมบางอย่างด้วยเหมือนกัน


ท่าไม้ตายที่ 11 : ใช้กำลังเสริมแรงผลักดันชั้นยอด

ลองให้เด็ก ๆ ได้เป็นพี่แสนดีผู้เป็นตัวอย่างให้กับน้อง ๆ ดูสิคะ การมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบและการเป็นผู้นำให้กับเด็ก ๆ มักจะเป็นวิธีการดึงเอาด้านที่ดีที่สุดของพวกเขาออกมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

สอนให้เด็ก ๆ เข้าใจถึงคุณค่าของการทุ่มเททำงาน, ความสะอาด, ทักษะการจัดการและการดูแลสิ่งที่เราเป็นเจ้าของ ถ้าพวกเขาเห็นถึงความสำคัญของคุณสมบัติเหล่านี้ในขณะที่ยังเด็ก พวกเขาจะมีโอกาสเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีความมั่นใจและประสบความสำเร็จได้ในอนาคตด้วยล่ะ






ท่าไม้ตายที่ 12 : ค่าขนมต้องมาจากการทำงาน

ครอบครัวของดิฉันทำสิ่งนี้ในช่วงไม่กี่เดือนให้หลังและมันก็ได้ผลดีเสียด้วย! หากลูก ๆ ของเธอไม่ตั้งใจทำงานบ้านที่ได้รับมอบหมายหรือทำงานนั้นออกมาได้ไม่มีประสิทธิภาพ พวกเขาก็เสี่ยงที่จะเสียค่าขนมทั้งหมดหรือบางส่วนที่เคยได้รับไป

เมื่อได้รับค่าขนมแต่ละครั้ง พวกเด็ก ๆ จะสามารถบริหารการใช้เงินและแบ่งเงินเป็นส่วน ๆ เอาไว้สำหรับหยอดกระปุก, ใช้จ่ายและบริจาคให้โบสถ์ ซึ่งจะเห็นว่ามีโอกาสสอนอะไร ๆ กับเด็ก ๆ ได้ตั้งหลายอย่างผ่านการตั้งกฎเล็ก ๆ เพียงข้อเดียวนี้!

ดิฉันชอบวิธีการนี้ตรงที่มันมอบแรงกระตุ้นบางอย่างให้เด็ก ๆ ตั้งใจทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายตั้งแต่ ครั้งแรก ที่พวกเขาได้รับงานนั้น พวกเขาจะได้รับรางวัลมากเท่าไรก็ขึ้นอยู่กับความพยายามทุ่มเทที่ทำลงไป


และสุดท้าย เหนือสิ่งอื่นใด...คุณพ่อคุณแม่แค่ต้องจัดการเวลาทำงานบ้านให้เป็นช่วงเวลาที่สนุกเท่านั้นเอง! ไม่ว่าลูก ๆ ของคุณต้องการอะไรก็ตามใจพวกเขาหน่อย ทำให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าเขาคุมที่นี่ได้และพวกเขาอาจทำให้คุณตกใจว่าในท้ายที่สุดแล้วเด็กจอมซนก็กลับมา ชอบ ทำงานบ้านได้เหมือนกัน! ดิฉันรู้ดีว่าการทำแบบนั้นไม่ง่ายเลยแต่ขอให้อดทนกับมันไว้นะคะ ช่วงความสนใจของเด็ก ๆ เปลี่ยนไปได้ทุกวันอย่างไม่ทันตั้งตัว วันดีคืนดีพวกเขาก็อาจจะให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ สู้ ๆ กับมันค่ะ! อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ

ทาง Enginou หวังว่าเคล็ดลับทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์และทำให้คุณมีรอยยิ้มตลอดการเดินทางในบทบาทคุณพ่อคุณแม่นะคะ โชคดีค่ะทุกคน





Posted by PoppyPrad
on February 12, 2019 at 13:20

Next Back

Add a comment