Starting the concept of "Democracy" in your family

Starting the concept of “Democracy” in your Family

เขียนโดย Noonette



เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ จนไม่มั่นใจว่าเราจะก้าวข้ามเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยต่อไปได้อย่างไร เรามาเริ่มสอนและประยุกต์นิยามประชาธิปไตยง่ายๆให้น้องๆที่บ้านเริ่มกันตั้งแต่วันนี้เลยดีกว่า ไม่แน่นะ อาจจะทันเลือกตั้งรอบนี้ก็ได้


นิยามประชาธิปไตย

ประชาธิปไตย (Democracy) คือการปกครองด้วยประชาชน ภาษาอังกฤษ คำว่า Demo มาจากภาษากรีกดั้งเดิมจะแปลว่า ประชาชน และ Cracy แปลว่าการปกครอง หรือสรุปง่ายๆก็คือ ประชาชนหรือกลุ่มคนนั้นมีส่วนร่วมในการตัดสินใจที่มีผลกระทบกับชุมชนที่ตนอยู่ ซึ่งจะรวมถึงการกำหนดหรือเปลี่ยนแปลงกฎต่างๆ

ประชาธิปไตยมี 2 แบบคือทางตรงกับทางอ้อม (อันนี้น่าจะคุ้นหูเพราะได้ยินบ่อยตอนเรียนหนังสือ) ถ้าจะเริ่มกันที่บ้านง่ายๆด้วยจำนวนสมาชิกเพียงไม่กี่คน เราก็สามารถใช้ประชาธิปไตยแบบทางตรงได้เลย ก็คือให้ทุกคนได้ร่วมกันโหวตในทุกๆการตัดสินใจที่เกิดขึ้น เช่น โหวดว่าจะไปดูหนังวันเสาร์นี้ โหวดว่าจะดูหนังเรื่องใด โหวตว่าจะไปเที่ยวไหนสำหรับทริปหน้า เป็นต้น สำหรับประชาธิปไตยแบบทางอ้อมก็จะเหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ มีญาติเยอะแยะไปหมด การให้ทุกคนร่วมกันโหวตทำได้ยาก ซึ่งในระดับเมืองหรือประเทศเราจะใช้แบบนี้

เริ่มกันง่ายๆที่บ้าน

แนวคิดประชาธิปไตยพูดแล้วดูง๊ายง่าย แต่ใครจะทราบว่าแนวคิดนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักก็คือกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องต้องมีความขยันมีส่วนร่วมจนเป็นนิสัย ต้องฝึกฝนเพื่อให้เข้าใจและปฎิบัติกันจนเป็นกิจวัตรเหมือนอย่างการแปรงฟันกันเลยทีเดียว

ตอนคุณพ่อคุณแม่เด็กๆมีใครจำกันได้มั้ยค่ะว่าเริ่มเรียนเกี่ยวกับประชาธิปไตยกันตอนไหน? ของผู้เขียนจำได้ลางๆว่าไม่ประถมก็มัธยมแล้วด้วยซ้ำ และส่วนใหญ่จะเป็นเชิงทฤษฎีแบบสไตล์ท่องจำจากตำรา แต่ไม่ค่อยจะมีการปฏิบัติสักเท่าไหร่ จำได้ว่าเราเลือกหัวหน้าห้องกันแบบตะโกนบอกชื่อและก็ยัดเยียดตำแหน่งกัน ผู้เขียนเองก็เคยโดนจัดเป็นหัวหน้าห้องเนื่องจากพอดีวันนั้นผู้เขียนไม่มาโรงเรียน

จะเห็นได้ว่าสังคมบ้านเรากับการให้ความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยน่าจะอยู่ในระดับอนุบาล ถ้าจะรอให้ลูกๆไปโรงเรียน หรือรอให้คุณครูสอน คงจะไม่ทันโลกละ งั้นเรามาเริ่มกันก่อนได้เลยที่บ้านค่ะ จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดเริ่มจากในครอบครัวค่ะ

ประชาธิปไตย 101

เมื่อน้องๆอายุประมาณ 3-5 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถสามารถอารัมภบทหลักการประชาธิปไตยง่ายๆ เช่นการร่วมมือกัน ความยุติธรรม และความจำเป็นของกฎและกติกา ช่วงอายุนี้น้องๆจะชอบและสนใจมากในเรื่องของความยุติธรรม ในขณะเดียวกันที่โรงเรียนก็จะมีการทำงาน การเล่นและการตัดสินใจร่วมกันเป็นกลุ่ม

พอโตขึ้นมาหน่อยสักประมาณ 7 ปี น้องๆจะเริ่มสนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวและจะเริ่มเข้าใจถึงการอยู่รวมกันและการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน นอกจากที่อยู่สถาบันในครอบครัวแล้ว ซึ่งในวัยนี้น้องๆจะเริ่มอ่านหนังสืออกแล้ว ทำให้เป็นเป็นแรงผลักดันที่สำคัญในการเข้าถึงสื่อหรือข้อมูลต่างๆมากขึ้น

ในฐานะคุณพ่อคุณแม่ การใส่ใจในเรื่องรอบตัวและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมเกี่ยวกับประชาธิปไตย เช่นการเลือกตั้ง หรือการเข้าร่วมฟังปราศรัย ก็เป็นปัจจัยที่จะช่วยเพิ่มความอยากเข้ามามีส่วนร่วมของเด็กๆในอนาคตเมื่อเขาโตขึ้น ไม่ว่าแนวคิดหรือความเชื่อทางการเมืองของคุณพ่อคุณแม่จะไปในทางใดหรือฝ่ายไหนก็ตาม เมื่อเด็กๆในอนาคตเข้าใจหลักการของประชาธิปไตยและมีความตื่นตัวสนใจเกี่ยวกับการเมือง อนาคตของประเทศไทยจะดีกว่าทุกวันนี้แน่นอน





พาเด็กๆไปเลือกตั้ง

ช่วงการเลือกตั้งหลังๆมานี้คนไทยส่วนใหญ่นอนหลับทับสิทธิ์ ยอมรับเลยว่าก็รวมถึงตัวผู้เขียนเองด้วย ซึ่งต้นเหตุหลักมาจากความเบื่อหน่ายทางการเมือง และท้อแท้กับการไปใช้สิทธิ์เพราะไม่เชื่อว่าจะทำให้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงได้ สำหรับเลือกตั้งคราวนี้ผู้เขียนรู้สึกถึงความจำเป็นที่ทุกคนจะต้องลุกขึ้นมาปกป้องและใช้สิทธิ์ตน เพื่อให้บ้านเราเดินไปข้างหน้าและพัฒนาต่อไปให้รุ่นลูกๆและหลานๆของเรา

ในฐานะคุณพ่อคุณแม่ ผู้เขียนส่งเสริมให้พาเจ้าตัวเล็กไปเลือกตั้งด้วย ถ้าอายุยังน้อยก็ปล่อยให้เขาสังเกตวิธีการ บรรยากาศต่างๆเวลาไปเลือกตั้ง หากโตหน่อยก็สามารถคุยถึงพรรคที่เราเลือก หรือตัวบุคคล หรือนโยบายสำคัญต่างๆได้


ตัดสินใจร่วมกันในครอบครัว

พ่อแม่ทุกคนก็ทราบว่าเวลาจะตัดสินใจอะไรกันในครอบครัว ไม่ใช่ว่าจะต่อรองกันได้ทุกอย่าง แต่การให้เด็กๆมีส่วนรวมในการตัดสินใจเป็นหลักกการพื้นฐานของประชาธิปไตย ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น การคุยและโต้แย้งในเรื่องชั่วโมงเล่นวีดีโอเกม ซึ่งส่วนใหญ่สัญชาตญาณของพ่อแม่คือ สั่งแล้วให้ทำตามนี้ แต่หากเราเปลี่ยนมาลองใช้วิถีประชาธิปไตย ส่งเสริมให้มีกระบวนการ การนำเสนอ การถกเถียง การต่อรอง การประนีประนอม การฟังความคิดเห็นของคนอื่น การยอมรับการตัดสินใจของคนหมู่มาก นอกจากจะเข้าใจกันมากขึ้นในครอบครัวแล้ว น้องๆยังได้ฝึกการแสดงออกทางความคิดเห็นอย่างมีหลักการและเหตุผลอีกด้วย กระบวนการเหล่านี้ล้วนแต่เป็นกระบวนการประชาธิปไตยทั้งนั้น


ความยุติธรรมกับเด็กๆ

ส่งเสริมให้เด็กๆเข้าใจเรื่องความยุติธรรมด้วยการพูดคุยในสิ่งที่พวกเขาเจอประจำวัน เช่นที่โรงเรียน หรือที่สนามเด็กเล่น ให้เขาอธิบายความรู้สึกออกมา การพูดคุยเหล่านี้จะมีส่วนช่วยให้เด็กเรียนรู้ถึงคุณค่าและความสำคัญของความยุติธรรม


สื่อและข่าวสารในครอบครัว

ทุกๆบ้านควรจะมีแหล่งข่าวและข้อมูลมากกว่าหนึ่งแหล่ง การได้รับข้อมูลข่าวสารจากหลากหลายแหล่งเช่นหนังสือพิมพ์ นิตยสาร โทรทัศน์วิทยุ หรือแม้แต่ทางอินเทอร์เน็ต จะช่วยให้เด็กๆเรียนรู้ที่จะแยกแยะความเห็นจากความจริงซึ่งเป็นทักษะสำคัญของประชาธิปไตย


การโต้แย้ง ขัดแย้งและแสดงความคิดเห็นอย่างมีสีสัน

การโต้แย้งแสดงความคิดเห็นหรือที่เรียกว่า Debate เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของระบอบประชาธิปไตย ที่บ้านเองก็ทำได้โดยการกระตุ้นให้เกิดการสนทนา อาจจะเป็นช่วงเวลาทานข้าว โดยใช้หัวข้อทั่วๆไปในเวลานั้นที่เด็กๆสามารถเข้าถึงได้หรือเป็นสิ่งที่พวกเขาสนใจ เพื่อกระตุ้นให้เขาแสดงความคิดเห็น ส่วนในฐานะผู้ใหญ่เราก็ทำหน้าที่รับฟัง หากเห็นต่างและมีการถกเถียง เด็กๆก็จะได้ขยายขอบเขตการเรียนรู้ และฝึกปกป้องความคิดของตนเอง พร้อมกับเปิดรับข้อมูลและความคิดใหม่ ๆ


จริงอยู่ที่คอนเซ็ปต์ประชาธิปไตยเกิดขึ้นมากว่าพันปีแล้วและหลากหลายชาติก็ใช้มานาน แต่บ้างก็ประสบความสำเร็จ บ้างก็เกิดวิวาททะเลาะรุนแรง เราต้องเข้าใจก่อนว่าประชาธิปไตยไม่ใช่มาม่า ไม่มีสูตรสำเร็จ ไม่ใช่ชง 5 นาทีแล้วกินได้เลย ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้และประสบความสำเร็จกับทุกชาติทุกสังคม ระบอบประชาธิปไตยที่ยั่งยืนเกิดขึ้นจากคนในสังคมได้รับการปลูกฝัง มีการออกแบบ หล่อหลอม ประยุกต์และพัฒนาแบบของตนจนได้ที่และเหมาะสมกับสังคมนั้นๆและในช่วงเวลานั้นๆ

เรามาเริ่มปลูกฝังและออกแบบวิถีประชาธิปไตยแบบง่ายๆกันในครอบครัวกันเถอะ




Posted by Noonette
on February 4, 2019 at 11:03

Next Back

Add a comment