What to do..when my kid wants to become a Youtuber.



ทุกวันนี้มีเด็ก ๆ จำนวนไม่น้อยที่อยากจะทำคลิปวิดีโอลง ยูทูบ (YouTube) ของตัวเอง แต่! ก่อนที่คุณจะยื่นโทรศัพท์มือถือและสร้าง แอคเคานต์ยูทูบ (YouTube account) ให้กับพวกเขา ลองอ่านเรื่องราวที่ดิฉันอยากจะแชร์ให้เหล่าพ่อๆแม่ๆได้อ่านกันนะคะ


ก่อนอื่นดิฉันอยากจะแชร์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงานฉลองวันเรียนจบอนุบาลของลูกชายให้ฟัง วันนั้นคุณครูถามพวกเด็ก ๆ ว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร มีเด็กจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่มีความใฝ่ฝันว่าอยากจะเป็น ยูทูบเบอร์ (YouTubers) หลายๆท่ายคงเคยได้ยินเกี่ยวกับการคำๆนี้บ้างแล้ว ซึ่งหลังจากเหตุการ์ณในห้องเรียนวันนั้นอีกประมาณ 1 เดือนลูกชายของดิฉันเองกลับเตรียมพร้อมวางของเล่นไว้บนโต๊ะและขอให้ฉันอัดวิดีโอให้เขาเพื่อที่จะโพสต์ลงยูทูบ (YouTube) เหมือนกับเพื่อนๆบ้าง

ว่ากันตามตรงดิฉันเองก็ลังเลใจเหมือนกัน การดูคลิปวิดีโอบนยูทูบเป็นสิ่งที่เขาทำบ่อย ๆ อยู่แล้วแต่การที่เขาอยากจะทำคลิปเหล่านั้นขึ้นมาเองบ้าง...อืม มันก็เป็นอีกเรื่องเลยนะ


แต่ยังไงก็ตามทุกวันนี้มีเด็ก ๆ ตั้งมากมายที่โพสต์วิดีโอลงสื่อออนไลน์และดิฉันก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคงมีข้อดีอยู่บ้าง อย่างเช่นว่า เด็ก ๆ จะได้ลองค้นหาตัวตนด้านความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาผ่านการเรียนรู้เรื่องมุมกล้อง, การปรับใช้แสงไฟ, การตัดต่อวิดีโอ, และการฝึกพูดออกเสียงอย่างถูกต้องชัดถ้อยชัดคำ


ดิฉันเคยได้มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณแม่ลูกสองท่านหนึ่ง เธอบอกว่าการอัดคลิปวิดีโอและโพสต์ลงสื่อออนไลน์ช่วยเพิ่มความมั่นใจในตัวเองของลูกๆของเธอ และสามีของเธอก็ได้สร้าง ช่องยูทูบ (YouTube channel) ส่วนตัวให้กับลูกชายวัย 6 ขวบ เอาไว้สำหรับโพสต์คลิปเกี่ยวกับวิดีโอเกม และพบว่าลูกชายจะรู้สึกภูมิใจในตัวเองเอามาก ๆ ถ้าหากมีใครมากดติดตาม (Subscribe) หรือกดชื่นชอบ (Like) วิดีโอของเขา แล้วเขาก็ยังสนุกมากอีกด้วยที่ได้ทำคลิปวิดีโอพวกนั้น


และในกรณีของลูก ๆ ทั้งสามคน วัย 4, 6, และ 8 ขวบของคุณแม่วัยสาวเพื่อนซี้ของดิฉันก็ดูเหมือนจะเห็นข้อดีของการโพสต์คลิปวิดีโอลงยูทูบเช่นกัน ลูก ๆ ของเธอโพสต์คลิปวิดีโอที่พวกเขากำลังแกะกล่องของเล่นชิ้นใหม่ๆ และนำมาเล่นบทบาทสมมุติกับเต้นรำแบบพื้นเมืองด้วยกันทั้ง 3 คน

เธอสังเกตได้ว่าเด็ก ๆ รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากที่ได้เห็นวิดีโอของตัวเองโลดแล่นอยู่บนเว็บไซต์พร้อมกับมีโฆษณาต่าง ๆ แทรกอยู่ด้วยเพราะมันให้ความรู้สึกว่าช่องยูทูบของตัวเองดูน่าเชื่อถือมากขึ้น (สงสัยเรื่องโฆษณาใช่ไหมล่ะ ? งั้นลองไปอ่าน วิธีสร้างรายได้จาก YouTube ได้ที่ตอนท้ายของบทความเลย)

แต่ยังไงการเข้าร่วมสังคมออนไลน์อย่างยูทูบ (YouTube) ก็มีความเสี่ยงอยู่ดี เหมือนกับโซเชียลมีเดียประเภทอื่น ๆ นั่นเอง แล้วความเสี่ยงพวกนี้ก็อาจเป็นเรื่องใหญ่หลวงขึ้นมาได้เลยทีเดียวสำหรับเด็กที่อายุยังน้อย ยิ่งไปกว่านั้น หากดูที่เงื่อนไขและข้อกำหนดในการให้บริการของยูทูบ (YouTube’s terms of service) จะพบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีไม่ได้รับอนุญาตให้อัปโหลดวีดิโอเสียด้วยซ้ำ

ดังนั้นถ้าคุณตัดสินใจที่จะสร้างแอคเคานต์ยูทูบในนามของคุณแล้วปล่อยให้ลูก ๆ สร้างชื่อเสียงในเว็บไซต์ด้วยตัวพวกเขาเองแล้วล่ะก็...ทำตามเทคนิคเหล่านี้ดูสิ!

ตอนที่คุณสร้างช่องยูทูบ (YouTube channel) อย่าลืมตั้งค่าให้มันเป็นแอคเคานต์แบบส่วนตัว ซึ่งหมายความว่าคุณจะได้เป็นคนอนุมัติด้วยตนเองเวลามีใครต้องการจะติดตาม (Subscribe) หรือชมวิดีโอต่าง ๆ ในช่องของคุณ

เด็ก ๆ ที่โตขึ้นมาหน่อยอาจจะไม่ค่อยพอใจกับเรื่องนี้เท่าไรนักเพราะหลายคนก็ยึดติดกับจำนวนคนดูมาก ๆ ฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ก็จงเตรียมตัวให้พร้อมอธิบายว่านี่เป็นเรื่องของการตกลงร่วมกันที่พวกเขาต้องอยู่กับมันให้ได้

ในกรณีที่คุณเลือกสร้างแอคเคานต์แบบสาธารณะที่ไม่ว่าใครก็สามารถดูวิดีโอของลูก ๆ คุณได้ ดิฉันคิดว่าคุณน่าจะพิจารณาเรื่องการปิดฟังก์ชันแสดงความคิดเห็น (Comment) และกด “ชอบ (Like)” หรือ “ไม่ชอบ (Dislike)” เอาไว้บ้าง

พอล เดวิส (Paul Davis) นักการศึกษาผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับ “การใช้โซเชียลมีเดียอย่างปลอดภัยและปัญหาด้านความเป็นส่วนตัว (social media safety and privacy issues)” เคยพูดไว้ว่า “ตัวเลือกพวกนั้นอยู่ใน การตั้งค่าบัญชี และเพียงแค่ 5 วินาทีคุณก็ตั้งค่าเสร็จแล้ว” และนั่นก็เป็นสิ่งที่เขาทำเช่นกันตอนที่ลูกสาววัย 13 ปีของเขาอยากโพสต์วิดีโอ “วิธีการทำสไลม์ (slime)” ลงบนยูทูบ

ที่คุณควรจะทำเช่นนั้นก็เพราะความคิดเห็นในแง่ลบอาจเป็นแผลทางใจขนาดใหญ่ที่ทำลายความมั่นใจของเด็ก ๆ ได้และยังเป็นจุดเริ่มต้นของการกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ หรือ Cyberbullying ได้อีกด้วย


เลือกที่จะ ไม่ระบุตัวตน ไว้ดีกว่าเป็นการกันไว้ก่อนเพื่อทำให้แน่ใจว่าลูก ๆ ของคุณจะไม่ถูกตามตัวได้จากข้อมูลที่ให้ไว้ในคำอธิบายวิดีโอหรือแม้กระทั่งในตัววิดีโอเองก็ตาม ตอนที่คุณกำลังตั้งค่าส่วนของคำอธิบายช่อง อย่าใส่ชื่อจริงไม่ว่าจะเป็นชื่อของคุณหรือของลูก ๆ คุณก็ตาม และ ไม่ต้องลิงก์เว็บไซต์ต่าง ๆ ลงไปในนั้นที่สำคัญที่สุดก็คือคุณต้องดูคลิปวิดีโอของเด็ก ๆ ทุกครั้งก่อนที่พวกเขาจะนำไปโพสต์ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคลิปวิดีโอเหล่านั้นไม่มีการให้ข้อมูลส่วนตัวใด ๆ และให้คำนึงถึงการไม่เปิดเผยใบหน้าของเด็ก ๆ ด้วย ตัวอย่างเช่น เปิดเผยแค่เฉพาะเสียงของเด็กระหว่างการรีวิว หรือในคลิปวิดีโอวิธีการทำสไลม์ของเด็กๆก็ให้เห็นเพียงแค่มือของพวกเขาเท่านั้นเช่นกัน

แน่นอนว่าเด็ก ๆ ต้องได้เห็นยูทูบเบอร์ชื่อดังหลายต่อหลายคน ตัวอย่างเช่น ช่อง EvanTubeHD ที่มีจำนวนผู้ติดตามมากกว่า 6 ล้านคนและผู้เข้าชมมากกว่า 3.7 พันล้านคน สิ่งนี้จะทำให้พวกเขามีความหวังขึ้นมา คุณพ่อคุณแม่ก็อย่าลืมที่จะอธิบายให้ลูก ๆ ของคุณฟังว่าสิ่งสำคัญในการโพสต์คลิปวิดีโอควรจะเป็นการแบ่งปันความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่การพยายามที่จะเป็นคนดัง

เด็ก ๆ ไม่ควรถูกปลูกฝังเอาไว้ตั้งแต่ตอนที่ยังอายุน้อย ๆ ว่าให้คาดหวังเรื่องการยอมรับจากโลกออนไลน์

พวกคุณยังสามารถสนับสนุนลูก ๆ ได้แต่ก็ต้องทำให้พวกเขาเข้าใจชัดเจนว่าการเป็นคนดังในยูทูบเป็นสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก คลิปวิดีโอส่วนใหญ่ในยูทูบก็ไม่ได้มียอดคนดูมากมายนักหรอก แต่ถ้าหากคลิปวิดีโอของลูก ๆ คุณเกิดดังเป็นพลุแตกขึ้นมา! คุณก็สามารถเปลี่ยนมันให้กลายเป็นเงินได้ไม่ยาก

เมื่อช่องยูทูบของคุณมียอดการรับชมทั้งหมดมากกว่า 4,000 ชั่วโมงภายในระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมาและมีจำนวนผู้ติดตามอย่างน้อย 1,000 คน เพียงเท่านี้คุณก็สามารถสร้าง แอคเคานต์กูเกิล แอดเซนส์ (Google AdSense account) ได้และเลือกประเภทโฆษณาที่คุณอยากจะให้ขึ้นในคลิปวิดีโอของคุณซะ หลังจากนี้ก็แค่รอการอนุมัติ...และเตรียมรับมือกับบัญชีเงินเก็บพิเศษเพื่อการศึกษาในอนาคตของลูก ๆ ได้เลย!

ด้วยการดูแลควบคุมของคุณพ่อคุณแม่แล้ว ยูทูบก็อาจกลายเป็นเครื่องมือชั้นยอดสำหรับการเรียนรู้เทคโนโลยีและพื้นที่สำหรับการแสดงออกถึงตัวตนของเด็ก ๆ ได้ “ขอเพียงแค่อย่าปล่อยให้พวกเขาไปลองผิดลองถูกด้วยตนเองเพียงลำพังก็พอ แน่นอนว่าในยูทูบมีสิ่งดี ๆ และน่าสนใจอยู่มากมายแต่ทุกอย่างต้องเริ่มต้นจากการชี้แนะโดยผู้ปกครองก่อน”




Posted by PoppyPrad
on January 28, 2019 at 10:41

Next Back

Add a comment