เรื่องเล่า : วันคริสต์มาสของเด็กๆ


จะสอนและเล่าเรื่องราววันคริสต์มาสให้เจ้าตัวเล็กอย่างไรดี?

สมัยเด็กจำความได้ว่าวันคริสต์มาสคือเทศกาลแห่งแสงสี กิจกรรมหลักที่คุณพ่อคุณแม่พาไปคือเดินห้างเพื่อจะได้ถ่ายรูปกับต้นคริสต์มาสยักษ์ บ้านเราเมืองพุทธ พวกเราศาสนาพุทธ เรียนมาก็ท่องนะโมกันมาตลอด พอมีลูก ลูกเดินมาถามว่าวันคริสต์มาสคืออะไร สำคัญอย่างไร แม่อึ้งค่ะ เพราะจริงๆแล้วเรารู้กันแบบเผินๆ ถ้าจะให้ตอบแบบว่าลูกจะจำไปจนวันตาย ขอแม่หาข้อเท็จจริงแป๊ปนะคะ

ไม่แปลกที่ใครๆก็สับสน อย่าว่าแต่คนไทยเลยค่ะ ขนาดฝรั่งเองก็มีสับสน เพราะคริสต์มาสคือวันที่ผสมทั้งความสำคัญทางศาสนา งานเลี้ยงปาร์ตี้ครอบครัวและญาติจิปาถะ และแถมยังมีการแลกของกันด้วย แล้วเราจะอธิบายให้เด็กๆอย่างไรดี



แรกเริ่มเดิมทีเลยคริสต์มาสคือวันหยุดที่สำคัญทางศาสนาคริสต์ เป็นวันประสูติของพระเยซู เป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมตะวันตก ถือว่าวันที่ 25 ธันวาคมเป็นวันเริ่มต้นของปฎิทินเลยก็ว่าได้ ถ้าคริสตจักรจงใจเลือกวันคริสต์มาสให้ตรงกับฤดูหนาวก็เพื่อที่จะกำจัดการเฉลิมฉลองของลัทธิอื่นๆ ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บและค่ำคืนอันยาวนาน


พอผ่านมาเป็นร้อยๆปี วันคริสต์มาสได้กลายมาเป็นวันเฉลิมฉลองในครอบครัว เป็นช่วงเวลาพิเศษที่ครอบครัวมารวมตัวกันไม่ว่าจะเป็นพี่น้องใกล้ชิด หรือญาติห่างๆ มากันครบทั้งตระกูล ทุกรุ่นอายุ เทศกาลนี้เป็นจุดเชื่อมต่อความทรงจำ ความรู้สึกของคนในครอบครัวเดียวกัน มีการทานอาหารร่วมกัน แบ่งปันเรื่องเล่าต่างๆ พอมาในศตวรรษที่ 20 ความสำคัญของเด็กในครอบครัวมีมากขึ้น จึงทำให้เด็กๆเป็นจุดเฉลิมฉลองของเทศกาลนี้ กลายเป็นงานเลี้ยงสำหรับเด็ก ให้เขารู้สึกถึงค่ำคืนคริสต์มาสที่เต็มไปด้วยมนต์ขลัง คำอวยพรต่างๆที่ได้ดังใจ แถมผู้ใหญ่เองก็สนุกไปด้วย

นอกจากนี้เทศกาลคริสต์มาสยังถือเป็นการเฉลิมฉลองในระดับชุมชนด้วย การแลกเปลี่ยนการ์ด หรืออวยพรสุขสันต์วันคริสต์มาสซึ่งกันและกัน การให้ของขวัญ หรือการได้พบปะกับซานต้าคลอส คริสต์มาสสำหรับเด็กๆคือวันที่เขามีความสุขที่สุดเพราะได้ของขวัญเยอะที่สุด ถึงแม้ว่าคริสต์มาสจะเป็นวันแห่งการจับจ่ายและโปรยแจกของขวัญ แต่เราก็ไม่ควรลืมที่จะบอกเล่าเรื่องราวของวันนี้ให้เด็กๆเข้าใจด้วยค่ะ

คริสต์มาสอีฟ - คืนแห่งการเล่านิทาน

ไม่แปลกเลยที่คืนคริสต์มาสอีฟ จะเป็นคืนที่เด็กๆรอคอย คืนที่ซานต้าคลอสจะแอบย่อยเข้ามาเอาของขวัญที่เขารอคอยมาให้ คุณพ่อคุณแม่อินเทรนด์สามารถหานิทานธีมคริสต์มาสมาอ่านให้เด็กๆฟังได้ค่ะ ส่วนใหญ่แล้วนิทานคริสต์มาสจะเป็นเรื่องราวเศร้าๆแต่จบด้วยความหวัง หรือแฮปปี้เอนดิ้ง นิทานที่เราได้ยินกันบ่อยๆเลยก็คือ The Little Match Girl ของแอนเดอร์สัน เรื่องราวของเด็กหญิงยากจนที่ต้องยืนขายไม้ขีด ยืนเฝ้ามองความอบอุ่นสุขสันต์ของคนอื่น สุดท้ายน้องก็ตายลงอย่างสงบ เด็กหญิงขายไม้ขีดไฟเป็นนิทานที่ให้ความรู้สึกที่ผสมกันระหว่างความสวยอบอุ่นและความเหน็บหนาวซึมเซา หรือจะเป็นเรื่องที่มีมนต์ขลังอย่าง The Elves and the Shoemaker ของเดอะบราเทอร์สกริม