ขอพื้นที่เล็กๆ ของเด็กๆ คืนได้มั้ย!?

ทุกอย่างเริ่มต้นจากความที่คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายรักลูกมากๆ คุณอยากให้พวกเขามีความสุข แต่กว่าคุณจะรู้ตัว คุณก็พบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางกองเลโก้กระจัดกระจายและตุ๊กตาบาร์บี้ไม่ใส่เสื้อผ้าที่สูงท่วมเข่าเสียแล้ว เด็กๆ เบื่อง่าย บ้านรก และไม่มีใครมีความสุข

ฟังคุ้นๆ ไหม ไม่ใช่คุณคนเดียวหรอก ครอบครัวไหนๆ ก็มีของเล่นมากเกินไปทั้งนั้น แต่สิ่งที่พ่อแม่ผู้มีเจตนาดีทั้งหลายไม่เข้าใจก็คือจริงๆแล้ว ของเล่นมากขึ้นกลับเล่นน้อยลง


เด็กๆ มีตัวเลือกเหลือเฟือเสียจนไม่รู้ว่าจะเล่นอะไรดี สุดท้ายพวกเขาก็ลงเอยด้วยการไม่เล่นอะไรเลย และปัญหาที่แย่กว่านั้นคือ ความหลงใหลที่เรามีต่อพลาสติคสีฉูดฉาดได้สอนลูกๆ ให้เล่นและประเมินคุณค่าของของเล่นเหล่านั้นในแบบที่ผิด ความคาดหวังที่ว่าของเล่นจะทำให้ลูกๆเกิดความสนุกสนาน แต่แท้จริงแล้วความสนุกสนานเกิดขึ้นเพียงแค่ชั่วขณะ เพราะจากนั้นของเล่นทั้งหมดก็จะวางระเกะระกะอยู่บนพื้น กลายเป็นขยะที่แสนจะรกบ้าน ซึ่งหลายๆ ครอบครัวใช้แนวทางของเล่นน้อยชิ้นเพื่อลดข้าวของเกะกะโดยเน้นที่คุณภาพมากกว่าปริมาณวันนี้เอนจินูมีวิธีมานำเสนอ…ถือเป็นปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ห้องของเล่นเด็กด้วยเคล็ดลับทั้ง 6 ข้อนี้ 





1. โยนของเล่นทิ้งเสียบ้าง

ถ้าคุณจะเข้าควบคุมสถานการณ์ของเล่น คุณจะต้องกำจัดของเล่นบางชิ้น  เริ่มด้วยการคุ้ยหาของเล่นที่ลูกๆ ของคุณโตเกินกว่าที่จะเล่นมาเก็บใส่กล่อง ถ้าลูกๆ ของคุณอ่านหนังสือได้แล้ว ถึงเวลาที่จะต้องส่งต่อตัวหนังสือและของเล่นมีเสียงให้กับคนอื่นเสียที ยังหวงของเล่นที่เขย่าแล้วมีเสียงกับของเล่นยางสำหรับกัดอยู่อีกหรือ ทิ้งมันไปเถอะ มันไม่เหมาะกับพัฒนาการของพวกเขาอีกแล้ว มันไม่สมควรที่จะอยู่ในบ้านของคุณอีกต่อไป  ข้าวของที่ซ้ำๆ กันก็เป็นอีกหนึ่งผู้ต้องหา ถ้าคุณมีของที่ระลึกสามเวอร์ชั่น เลือกเวอร์ชั่นที่โปรดที่สุดแล้วเดินหน้า

สุดท้ายก็คือโยนขยะทิ้ง ตุ๊กตาหักๆ ปริศนาและเกมที่ชิ้นส่วนหายไป ของแถมชุดแฮปปี้มีล ของขวัญงานปาร์ตี้ ทิ้งขยะให้หมด !

เมื่อคุณลดของสะสมลงให้เหลือแต่ของที่ลูกๆ ของคุณน่าจะเล่นแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะคิดว่าพวกเขาชอบอะไรจริงๆ เสียที เด็กๆ มีแนวโน้มว่าเล่นของเล่นชิ้นเดิมเป็นประจำ แน่ล่ะ พวกเขาอาจจะหยิบของเล่นชิ้นอื่นขึ้นมาเป็นครั้งคราว แต่พวกเขาจะกลับมาเล่นของเล่นชิ้นโปรดเสมอ ถามตัวเองด้วยคำถามที่ยากที่สุด : คุณมีตุ๊กตาที่ต้องการจริงๆ กี่ตัว มีรถเด็กเล่นกี่คัน โหดร้ายเสียบ้าง ถ้าไม่ใช่ของเล่นที่ลูกของคุณเล่นเป็นประจำ ทิ้งมันไปเถอะ   


2. จัดโชว์ของเล่น

เมื่อไหร่ที่เด็กๆ ไม่เห็นของเล่น พวกเขาก็จะไม่เล่น เบื่อกับการที่เด็กๆ ดึงของเล่นทุกชิ้นออกมาทิ้งเกลื่อนกลาดบนพื้นไหม ทำไมไม่เอาออกไปตั้งแต่แรกล่ะ แทนที่จะยัดของเล่นใส่ตะกร้าหรือถัง ลองจัดเรียงข้าวของของเจ้าตัวน้อยเป็นมุมของเล่นหลากหลายธีมดูสิ  ตัวอย่างเช่น คุณอาจจะมีมุมเสื้อผ้าที่มีราวแขวนเสื้อผ้าแฟนซีและกระจก หรือมุมของเล่นที่มีครัวของเล่นและตะกร้าอาหารของเล่น จัดโต๊ะที่มีวัสดุสำหรับงานศิลปะและของเล่นตัวต่อ ตลอดจนมุมอ่านหนังสือที่มีเก้าอี้นั่งสบายและหนังสือสองสามเล่ม

ขณะที่การเล่นสลับไปสลับมาเพื่อความคิดริเริ่มสร้างสรรค์เป็นเรื่องสำคัญ แต่คุณก็ควรจะกระตุ้นให้ลูกๆ ของคุณจัดเก็บแต่ละมุมให้เรียบร้อยก่อนที่จะขยับไปมุมอื่นๆ ลูกของคุณจะได้มีเวลาตัดสินใจด้วยว่าจะเล่นอะไร ส่วนคุณก็จะสามารถจัดการกับความรกรุงรังได้ง่ายขึ้น


3. เริ่มหมุนเวียนของเล่น

การเล่นของเล่นชิ้นเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าจะเริ่มน่าเบื่อหลังจากที่เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง คุณกำลังสงสัยว่าจะทำอย่างไรให้ลูกๆ ของคุณจดจ่อใช่ไหม พยายามจับโน่นผสมนี่สิ   การหมุนเวียนของเล่นอย่างมีระบบช่วยขจัดข้าวของเกลื่อนกลาด ขณะเดียวกันก็ทำให้ลูกๆ ของคุณได้เล่นของเล่นหลากหลาย การเปลี่ยนของเล่นเป็นประจำช่วยให้มีอะไรใหม่ๆ และน่าตื่นเต้นให้เล่นเสมอ เด็กๆ จะไม่รู้สึกเบื่อ

กังวลว่าเจ้าตัวน้อยจะคิดถึงของชิ้นโปรดใช่ไหม ไม่ผิดหรอกที่จะทิ้งขว้างของเล่นบางชิ้น เช่น เลโก้หรือตุ๊กตาสัตว์หรือตุ๊กตาตัวโปรดเป็นการถาวร และถ้าเด็กๆ มีความสุขกับของเล่นที่พวกเขามีอยู่ขณะนั้น ก็ไม่เสียหายที่จะปรับเปลี่ยนตารางการหมุนเวียน ตราบใดที่ลูกๆ ของคุณยังพอใจและจดจ่อ ก็ไม่ต้องเครียด


4. ทำให้หนังสือน่าสนใจและเข้าถึงได้

อะไรคือจุดประสงค์ของการมีห้องสมุดที่ล้นหลามไปด้วยหนังสือเด็ก แต่ลูกๆ ของคุณกลับไม่เคยอ่าน ชั้นหนังสือมักจะยากสำหรับเจ้าตัวเล็กที่จะเข้าถึงได้ด้วยตัวเอง และยิ่งถ้ามีหนังสือหลายเล่มให้เลือก พวกเขายิ่งไม่รู้ว่าจะเลือกเล่มไหน

ถ้าคุณอยากกระตุ้นให้ลูกๆ ของคุณอ่านหนังสือ พยายามเปลี่ยนชั้นหนังสือเป็นรางหนังสือที่เข้าถึงได้ง่าย รางหนังสือบรรจุหนังสือได้น้อยกว่าและโชว์หน้าปกหนังสือได้ดีกว่า ดึงดูดใจเด็กๆ มากกว่า ให้แน่ใจว่าลูกของคุณเห็นและเอื้อมถึงหนังสือพวกนั้น รวมทั้งเปลี่ยนหนังสือบ่อยๆเพื่อเพิ่มความสนใจของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง คุณอาจจะไปห้องสมุดทุกสัปดาห์เพื่อให้เด็กๆ เลือกและจัดเตรียมหนังสือของพวกเขาเองก็ได้