เด็ก “สมาธิสั้น” รู้ทัน แก้ไขได้

ความซนกับเด็กมักเป็นของคู่กันจนอาจทำให้คุณพ่อคุณแม่มองเห็นเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าเด็กซนมากเกินไป ไม่อยู่นิ่ง ดูไม่มีสมาธิ หุนหันพลันแล่น จนกระทบต่อการเรียนและความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง นั่นอาจเกิดจาก “โรคสมาธิสั้น” ที่จำเป็นต้องทำการรักษา

 

โรคสมาธิสั้น คืออะไร?

      คือ  กลุ่มอาการที่เกิดในวัยเด็กก่อนอายุ 7 ปี แล้วก่อให้เกิดผลกระทบต่อพฤติกรรม อารมณ์ การเรียนรู้และการเข้าสังคม โดยผู้ป่วยจะมีอาการสำคัญ 3 รูปแบบ

  1. ขาดสมาธิ มีความสนใจสั้น เบื่อง่าย

  2. ซนอยู่ไม่นิ่ง หยุกหยิกตลอดเวลา

  3. ใจร้อน หุนหันพลันแล่น ขาดการยับยั้งใจตนเอง

    อย่างไรก็ดี คุณพ่อคุณแม่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าโดยปกติเด็กแต่ละวัยจะมีสมาธิไม่เท่ากันอยู่แล้ว เด็กเล็กจะมีสมาธิสั้นกว่าเด็กโต ในเด็กเล็กๆ ช่วงขวบปีแรกจะมีสมาธิไม่เกิน 2-3 นาที หลังจากนั้นจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คือในช่วง 1-2 ขวบประมาณ 3-5 นาที วัยอนุบาลประมาณ 5-15 นาที และช่วงประถมต้นได้นานถึง 15-30 นาทีขึ้นไป

กิจกรรมบำบัดสำหรับเด็กสมาธิสั้น

 

1.Music Therapy( การบำบัดด้วยดนตรี)

 

การฟังดนตรีจะช่วยทำให้น้องๆรู้สึกผ่อนคลาย เพลิดเพลิน และมีความสุข  ยิ่งหากน้องๆได้เล่นดนตรีก็ยิ่งช่วยปลดปล่อยความเครียดที่ฝังอยู่ตามกล้ามเนื้อและเซลล์ประสาทให้ออกมากับการเล่นดนตรี  ทำให้อารมณ์ดีขึ้น สามารถควบคุมอารมณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น  ไม่เพียงเท่านั้นดนตรียังช่วยทำให้น้องๆมีความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์ EQ สูงขึ้นอีกด้วย


2.Art Therapy( ศิลปะบำบัด)

 
 

ศิลปะจะช่วยแก้ปัญหาทางด้านอารมณ์ และจิตใจให้กับน้องๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม น้องๆได้ระบายปัญหา ความคับข้องใจ ความรู้สึกที่ซ่อนเร้นในใจ ผ่านออกมาทางงานศิลปะ ระบายอารมณ์ออกมาในหนทางที่สร้างสรรค์ ผ่านการวาดรูป ระบายสี การปั้น และกระบวนการอื่นๆ ทางศิลปะ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความขุ่นมัวในจิตใจ เข้าใจและรับรู้อารมณ์ต่างๆของตนเอง ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในจิตใจ ทำให้น้องๆสามารถยับยั้งและควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น มีสมาธิ ลดความตึงเครียด และความวิตกกังวลลงได้ในที่สุด

 

3.Play Therapy(การบำบัดจิตด้วยการเล่น)

Play Therapy หรือการบำบัดจิตด้วยการเล่น ถือเป็นการรับรู้ความในใจของเด็กผ่านการที่ให้เขาได้เล่น โดยทางทีมงานขอแนะนำของเล่นโดยการแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่างๆ โดยมีการจำแนกของเล่นตามผลลัพธ์ที่ได้

 

  • ของเล่นที่ช่วยฝึกสมาธิ เช่น หยอดบล็อกไม้ หรือจะฝึกร้อยลูกปัดก็ได้

  • ของเล่นที่ช่วยสร้างเสริมความคิดสร้างสรรค์  เช่น แป้งโดว์ รวมถึงชุดตัวต่อต่างๆ

  • ของเล่นเพื่อส่งเสริมจินตนาการ  เช่น  ตุ๊กตาสัตว์ ชุดเครื่องครัว ชุดคุณหมอ ฯลฯ

  • ของเล่นที่น้องๆต้องเล่นตามกฎกติกา เช่น เกมและอุปกรณ์กีฬาต่างๆ

ข้อมูลจาก : http://www.maerakluke.com/

 
http://www.momypedia.com/

Posted by Enginou
on December 15, 2015 at 17:09

Next Back

Add a comment